แด่น้องผู้ยากไร้ สุดชายแดนไทย ที่เมืองน่าน

ใคร ๆ ก็บอกว่า 124 เป็นพีอาร์ไฮโซ อยู่กันแต่ในสังคมที่หรูหรา ใช้ของแพง ๆ มีชีวิตอันแสนสะดวกสบาย และคงไม่มีเวลาคิดถึงใครต่อใครนอกจากตัวเองและความรุ่งโรจน์ทางธุรกิจ

แต่บางครั้ง สิ่งที่เห็น อาจไม่ใช่สิ่งที่เป็นเสมอไป

แน่นอน…เราไม่อาจหลีกหนีไปจากกระแสแห่งโลกาภิวัตน์ได้  สภาพสังคมและการทำงานในเมืองทำให้เราต้องก้าวไปข้างหน้า เติบโตทางธุรกิจและการเงิน ให้สอดรับกับกระแสแห่งสังคมเมืองและการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้ง แต่ในวันนี้  124 ของเราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เราไม่ได้อยู่บนยอดของหอคอยอย่างที่ใคร ๆ คิดกัน

“ผมยังไม่เคยลืมวันที่ผมจน”

วาทะเด็ดของคุณนิมิตรที่พวกเราคุ้นเคย เวลาว่าง ๆ คุณนิมิตรจะเล่าให้ฟังถึงชีวิตและการเรียนในวัยเด็กที่แสนยากลำบาก หลายครั้งที่คุยกัน คุณนิมิตรพูดถึงเรื่องการทำบุญให้วัดและบริจาคเงินให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน  และเมื่อมีโอกาสก็อยากจะให้ 124 จัดกิจกรรมไปบริจาคเงินให้โรงเรียนที่ขาดแคลนในชนบทอันห่างไกล…

ดังนั้น ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของชาว 124 โครงการบริจาคเงินสนับสนุนการศึกษา จึงได้เกิดขึ้น เมื่อคุณกันยามาส ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงินของเรา ได้อนุมัติเงินจำนวนหนึ่ง เพื่อนำไปมอบให้กับโรงเรียนที่ขาดแคลน โดยคุณโสภาวดี กรรมการผู้จัดการ ก็ช่วยอนุมัติโครงการและให้คำแนะนำต่าง ๆ รวมถึงพี่น้องชาว 124 ที่ช่วยกันบริจาคทุนทรัพย์ส่วนตัว เพื่อเป็นทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียน อีกทั้งอุปกรณ์การเรียนและเครื่องกีฬา ขนใส่หลังคารถตู้ 4 คัน มุ่งหน้าสู่เขตชายแดนไทย-ลาว ข้ามขุนเขาสลับซับซ้อนในดินแดนที่ได้ชื่อว่า “ถ้าไม่ตั้งใจจริง จะไปไม่ถึง”…

โรงเรียนบ้านห้วยสะแตง เป็นโรงเรียนประจำหมู่บ้านห้วยสะแตง อ.ทุ่งช้าง จ.น่าน หมู่บ้านของชาวเขาเผ่า “ขมุ” บนพื้นที่สีแดงแห่งรอยอดีตของความแตกแยกของอุดมการณ์ทางการเมืองระหว่างคนไทยด้วยกันเอง

นักเรียน 68 คน ครู 5 คน กับห้องเรียนอีก 7 ห้อง มีเงินงบประมาณในการใช้จ่ายทั้งปีเพียง 6 หมื่นกว่าบาท ที่จะต้องจ่ายทั้งค่าอาหารกลางวัน ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า อุปกรณ์การศึกษา เครื่องกีฬา และอีก 108 ความต้องการ

…ขนาดอยู่อย่างพอเพียงก็ยังแทบจะไม่เพียงพอ

ครูสมควร มูลคำ ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยสะแตง พร้อมด้วยคณะครู และชาวบ้าน ร่วมกันให้การต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น เด็กๆ ตื่นเต้นกับคณะพวกเราเป็นพิเศษ โดยนอกจากจะมาเฝ้าดูคณะของเราเดินเยี่ยมชมบรรยากาศในห้องเรียนอันเต็มไปด้วยผลงานทางศิลปะแห่งการเรียนรู้ของเด็กๆ เองแล้ว ยังคอยเป็นนางแบบให้พวกเราได้ถ่ายรูปกันอย่างสนุกสนานอีกด้วย

พิธีการเริ่มขึ้นด้วยการแสดงพื้นบ้านของเด็ก ๆ ชาวเขาเผ่าขมุ ซึ่งเป็นชนชาติในกลุ่มมอญและเขมร มีถิ่นฐานอยู่ตามบริเวณลุ่มแม่น้ำโขงตลอดชายแดนไทย-ลาว ครูเอ๋ พิธีกรใจดีของงานเล่าให้ฟังว่า เด็กๆที่บ้านห้วย  สะแตงแห่งนี้อยู่กันอย่างพี่น้อง เด็กๆจึงมักทำกิจกรรมร่วมกันโดยไม่แบ่งระดับชั้น นอกจากนี้ เด็กๆ ถึง 40 กว่าคนใช้นามสกุล “แปงคำใส” เหมือนกัน ซึ่งครูเอ๋เล่าว่าเป็นเรื่องปกติของชาวจังหวัดน่านที่มีเชื้อสายขมุ

จากนั้น ชาว 124 ได้ร่วมกันมอบเงินบริจาค มอบทุนการศึกษา และอุปกรณ์กีฬาให้กับเด็ก ๆ นักเรียนตัวน้อย นอกจากนี้ เรายังได้มีโอกาสร่วมรับประทานอาหารกลางวันกับเด็กๆ ทั้งโรงเรียน รวมทั้งครูอาจารย์ และชาวบ้านก็ได้ร่วมกันรับประทานอาหารกลางวันด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย

ช่างเป็นความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจเหลือเกิน

ระยะทาง 750 กิโลเมตร ของการเดินทาง 13 ชั่วโมง หยุดงานอีก 1 วัน ช่างคุ้มค่าเหลือเกินกับการเดินทางครั้งนี้

เราได้ทำประโยชน์เพื่อสังคม

ได้ช่วยเหลือเด็กน้อยที่ขาดแคลน

ได้เรียนรู้ถึงความยากลำบากของผู้คนในถิ่นทุรกันดาร

ได้อิ่มอกอิ่มใจกับความเสียสละ และความมีน้ำใจของผู้คน

ได้สูดกลิ่นอายอันสดชื่นของธรรมชาติและขุนเขา

ทำให้พวกเราได้ใกล้ชิดกัน ได้คุยกันมากขึ้น ได้ยิ้ม ได้หัวเราะ ร้องเพลง และมีกำลังใจในการต่อสู้กับความผันผวนทางเศรษฐกิจและสังคมโลกต่อไป

ขอขอบคุณผู้บริหาร 124 ทุกท่าน ครูอาจารย์ ชาวบ้านห้วยสะแตง และขอบคุณในความสามัคคีของพี่น้องชาว 124 ทุกคน